เพื่อความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน องค์กรและบุคคลทั่วไปควรงดใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยคำนึงถึงเหตุผลสำคัญและแนวทางปฏิบัติดังนี้ครับ
1. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
การใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์ (Malware) และอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
มัลแวร์แฝงมากับซอฟต์แวร์เถื่อน: อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์มักฝังมัลแวร์ไว้ในโปรแกรมที่ดาวน์โหลดผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น Bit Torrent หรือในแผ่นซีดีเถื่อน
โอกาสติดไวรัสสูง: จากการศึกษาพบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ถึง 92% ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์เถื่อนมักจะติดมัลแวร์
ความเสียหายมหาศาล: การโจมตีของมัลแวร์ในแต่ละครั้งอาจทำให้บริษัทเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยถึง 2.4 ล้านดอลลาร์ และอาจทำให้ข้อมูลทางธุรกิจสูญหายหรือระบบต้องหยุดทำงาน ซึ่งส่งผลเสียต่อชื่อเสียงขององค์กรอย่างรุนแรง
2. ผลกระทบทางกฎหมายและบทกำหนดโทษ
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ที่คุ้มครองซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในฐานะงานวรรณกรรม
การละเมิดลิขสิทธิ์มีโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาดังนี้:
การละเมิดโดยตรง: (เช่น ทำซ้ำ ดัดแปลง) มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หากทำเพื่อการค้าจะมีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความรับผิดชอบของนิติบุคคล: หากบริษัทกระทำความผิด ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนมีส่วนร่วมในการกระทำผิดนั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็น
การตรวจสอบจาก BSA: BSA หรือพันธมิตรซอฟต์แวร์ มีอำนาจในการตรวจสอบและดำเนินคดีทางกฎหมายเพื่อเรียกคืนค่าเสียหายให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์
3. ทางเลือกซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source) ที่ใช้งานฟรีและถูกกฎหมาย
หากต้องการประหยัดงบประมาณ มีซอฟต์แวร์ทางเลือกที่ประสิทธิภาพสูงและไม่ต้องละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น:
WPS Office: มีอินเตอร์เฟซคล้าย Microsoft Office รองรับไฟล์ DOCX, XLSX, PPTX และใช้งานได้บนหลายแพลตฟอร์ม
LibreOffice: ชุดซอฟต์แวร์ที่ครบวงจร มีทั้งโปรแกรมประมวลคำ สเปรดชีต และระบบจัดการฐานข้อมูล
Google Docs, Sheets และ Slides: เครื่องมือบนเว็บที่เน้นการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์และจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์
ตัวเลือกอื่น ๆ: เช่น Apache OpenOffice, OnlyOffice และ FreeOffice
4. ประโยชน์ของการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง
ได้รับอัปเดตสม่ำเสมอ: ซอฟต์แวร์ที่มีสิทธิ์ใช้งานจะสามารถอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยล่าสุดเพื่อป้องกันมัลแวร์ได้
เพิ่มผลกำไร: การบริหารจัดการซอฟต์แวร์อย่างเป็นระบบ (SAM) สามารถช่วยให้องค์กรเพิ่มผลกำไรได้มากถึง 11% และลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ได้ถึง 30% ต่อปี
ภาพลักษณ์ที่ดี: ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและลูกค้า และส่งเสริมนวัตกรรมในอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ
สรุปได้ว่าการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนคือการ “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” เพราะความประหยัดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ในอนาคต


